[BR] Togo 006 : เรื่องเพ้อฝัน

posted on 07 Dec 2012 11:50 by moscownight in BR directory Fiction

เอนทรี่นี้เป็นส่วนหนึ่งของคอมมูนิตี้ Battle Royal School






 








1.


ในวันแรกผมตัดสินใจว่า


จะไม่ยอมทำตามเกมของพวกทหาร
พยายามที่จะไม่ฆ่าคน
และด้วยวิธีใดวิธีหนึ่ง...
เราจะต้องหยุดเกมนี้ให้ได้


แต่ว่ามันไม่ง่ายเลย...


มันไม่ได้ง่ายดายขนาดนั้น


ผมกับคิริคุออกเดินทางตั้งแต่เช้ามืด จนมาพบโรงพยาบาลเก่า ๆ เข้า
การเจอโรงพยาบาลนี้ทำให้ผมรู้แน่ชัดแล้วว่าตอนนี้เราอยู่ตรงไหนบนแผนที่
หลังจากนี้คงต้องวางแผนเดินทางกันต่อ
แต่ด้วยความเหนื่อยล้า พวกเราใช้เวลาตลอดช่วงกลางวันที่เหลือนอนอยู่ที่ชั้นล่างของอาคาร
ก่อนตะวันจะตกดิน พวกเราเดินขึ้นไปชั้นบน ตั้งใจจะค่อย ๆ สำรวจทั้งตึก


แต่ในโรงพยาบาลไม่ได้มีแค่พวกเรา


เสียงฝีเท้าของใครบางคนที่บันไดชั้นบนทำให้คิริคุทิ้งปืนลงพื้นแล้ววิ่งตามไป
หัวใจผมกระตุกวูบเพราะกลัวว่าเขาจะถูกอีกฝ่ายยิง
ผมเป็นฝ่ายที่คว้าปืน ถือไว้ในมือแล้วรีบเร่งฝีเท้าตามเขาไป


ใต้ความมืดสลัวของอาคาร
เงาของใครคนนั้นดูคุ้นตาอย่างประหลาด
ชายกระโปรงนักเรียนของโรงเรียนเราที่เคยเห็นจนชินตา
ผมยาวเหนือบ่าที่ปลิวตามแรงลมขณะที่เธอวิ่งห่างจากเราไปนั่นก็ด้วย


เธอคนนั้นหนีเข้าไปในห้อง ๆ หนึ่ง
ประตูถูกล็อกเพื่อป้องกันตัวจากพวกเรา


ขณะที่เรายืนหลบอยู่ข้างประตู เพราะกลัวว่าอีกฝ่ายจะมีปืน
ชั่วแวบหนึ่ง ผมรู้สึกถึงความตลกร้ายของเรื่องนี้
พวกเราทำอะไรกันอยู่...
ฝ่ายหนึ่งไล่ล่า ฝ่ายหนึ่งหลบซ่อน
ยืนแอบข้างประตู ค่อย ๆ พูดคุย ดูท่าทีของอีกฝั่ง
ราวกับเป็นคนแปลกหน้า ไม่เคยรู้จักกันมาก่อน


นี่เป็นหนังแอคชั่นหรือไง
ต่อไปจะเป็นอะไร กระสุนที่ทะลุบานประตูออกมาเพื่อขู่พวกเรางั้นหรือ


"นั่นใครน่ะ" ผมถามออกไป


"...ฉัน...ซายากะ พวกนาย...มีปืนใช่ไหม เหมือนฉันจะเห็นมัน"


เสียงปนหอบของเธอสั่นนิด ๆ
ไม่เคยได้ยินเธอพูดด้วยน้ำเสียงเช่นนั้นมาก่อน
อย่างน้อยก็ในความทรงจำของผม


ยานาอิ ซายากะ









2.


ซายากะนั่งติดด้านหน้าต่างของห้อง อยู่ทางซ้ายเยื้องไปข้างหน้าเล็กน้อย
มองจากตำแหน่งที่ผมนั่ง จึงเห็นแต่ด้านหลังของเธออยู่ตลอด


บางครั้งก็เป็นด้านข้างใบหน้าที่ดูตั้งอกตั้งใจกับวิชาเรียน
บางครั้งก็เป็นด้านข้างใบหน้าที่กำลังก้มหน้าก้มตาแอบเล่นเกมอยู่ใต้โต๊ะ
แต่บางครั้งเธอก็เหม่อมองออกไปนอกหน้าต่าง
ไม่ได้สนใจอะไร ๆ ที่อาจารย์กำลังพูดอยู่เลย


ลมบางเบาในฤดูใบไม้ผลิที่ผ่านเข้ามา
ทำให้ผมสั้นเหนือบ่าของเธอพัดปลิวไปตามแรง
คลอเคลียกับแก้มขาว
ท้องฟ้าที่นอกหน้าต่างเป็นเหมือนทุก ๆ วัน
รวมทั้งตัวเธอที่สงบนิ่งเหมือนท้องฟ้าด้านนอกนั่นก็ด้วย


"นี่...เลขข้อนี้ มันต้องทำยังไงต่อนะ ฉันจดไม่ทัน"


ผมยื่นสมุดวางตรงหน้าเธอในเที่ยงวันหนึ่ง
ดูเธอแปลกใจนิดหน่อย แต่ก็ค่อย ๆ อธิบายวิธีทำให้ฟังอย่างใจเย็น
ผมส่งเสียงตอบรับเป็นระยะ เหมือนค่อย ๆ ทำความเข้าใจตามที่เธอสอน
โดยไม่ได้สารภาพกับเธอว่าที่จริงแล้วผมทำเลขข้อนั้นได้อยู่แล้ว
และผมก็แค่หาเรื่องคุยกับเธอเท่านั้น


พวกเรานั่งห่างกันไปแค่ช่วงก้าวเท้าถึง
แต่นับจากครั้งแรก ที่ผมพยายามหาเรื่องคุยกับเธอแล้ว
ก็จำไม่ได้อีกว่าครั้งสุดท้ายที่เราคุยกันคือตอนไหน


ระหว่างพวกเรา ห่างไกลคำว่า 'เพื่อนสนิท' อยู่มากนัก
แต่ไม่ใช่ว่าจะจำอะไร ๆ ในช่วงเวลากว่าปีที่เรียนร่วมกันมาไม่ได้เลย


ภาพของเธอที่หันหลังให้ผมและมองออกไปยังท้องฟ้าสีคราม
เป็นหนึ่งในภาพความทรงจำช่วงม.ต้น
ที่ผมจดจำไว้ได้เป็นอย่างดี


.
.
.


"ซายากะ เธอคิดยังไงกับเกมนี้"


"... ก็เกลียดน่ะสิ ให้เพื่อนมาทำร้ายกันแบบนี้...มันบ้าที่สุดเลย"


เสียงตอบกระท่อนกระแท่นของเธอ
ดูต่างจากตอนที่คอยอธิบายวิชาเลขอย่างฉะฉานในครั้งนั้น
ผมพยายามนึกถึงโจทย์เลขที่เคยให้เธอสอน...


ไม่สิ ผมไม่ได้นึกถึงมัน...
ฟันเฟืองในหัวของผมแค่พยายามหาทาง
ว่าทำยังไงถึงจะปลอดภัย สำหรับผมและเธอ
...สำหรับผมและคิริคุ


"ออกมาเถอะ ไม่เป็นไรหรอก" ผมบอกเธอ
แล้วลดปืนลง ขยับไปยืนหน้าห้อง ห่างออกมาหลายก้าว
ไกลกว่าช่วงโต๊ะของพวกเราในห้องเรียน...


"ถ้าพวกนายยิงฉัน ฉันจะคอยตามหลอกพวกนายตลอดไปเลย"


คำขู่ติดตลกของเธอไม่ทำให้ผมรู้สึกขำ


ภาพด้านหลังของซายากะ และท้องฟ้าสีครามชัดเจนขึ้นเรื่อย ๆ ในความรู้สึก
ครอบคลุมตัวพวกเราทั้งสามคนเอาไว้อย่างเงียบเชียบ
เมื่อเธอเปิดประตูออกมา เราสบตากัน


ผมยกปืนขึ้นเล็งทันที









3.


"ถ้านายจะยิงฉัน...ช่วยฝังแล้วก็ทำพวงดอกไม้สวยๆหน้าหลุมให้ด้วยนะ"


คำสั่งเสียของซายากะออกจะชวนหัวไปสักหน่อย
แต่ความใจเย็นของเธอยิ่งทำให้ผมรู้สึกระแวง


"ทิ้งของในตัวลงพื้นให้หมด ดึงชายเสื้อออกจากกระโปรง แล้วก็ถอดเสื้อนอกออกด้วย"


ผมสั่งเธอ
วินาทีนั้นนิ้วที่วางแนบกับไกปืน
เย็นราวกับกำลังจะกลายเป็นน้ำแข็ง
ทั้งแขนเกร็งไปหมดจนรู้สึกเหมือนมันอยู่นอกการควบคุม
ผมกลัวว่าจะเผลอลั่นไก


กระสุนที่สาดออกไป
กระสุนที่ลั่นออกไป...ด้วยมือของผม
จะทำให้เลือดสีแดง
ลบภาพท้องฟ้าที่อยู่ด้านหลังของเธอ
ออกไปจนหมด


"นี่นายคงไม่ได้คิดจิตอกุศลอะไรใช่ไหม..."


เธอพูดขณะกำลังวางของลงกับพื้น
เครื่องช็อตไฟฟ้าซึ่งน่าจะเป็นอาวุธที่เธอได้มาและเป้ถูกโชว์ให้เห็น
ซายากะกำลังถอดเสื้อนอกออก


ผมแสร้งหัวเราะขณะที่หยดเหงื่อไหลผ่านข้างใบหน้า
หนัก...
ปืนนี่ ทำไมมันหนักขนาดนี้
เร็วเข้า...เร็วเข้า...ทำตามที่ฉันบอกสิ
ถ้าฉันเผลอลั่นไกจะทำยังไง
อย่ามัวแต่พูดคุยสิ รีบถอยออกจากของ ๆ เธอซะ


เร็วเข้า...


กำแพงท้องฟ้ารอบข้างกำลังบีบเข้ามา
อากาศค่อย ๆ ลดน้อยลง
แสงเจิดจ้าของฟ้าสว่างที่น่าจะเป็นเพียงการมโนภาพ
ทำให้ดวงตาของฉันมองเห็นภาพตรงหน้าเลือนลางขึ้นเรื่อย ๆ
มือของฉัน เหมือนไม่ใช่ของฉันอีกต่อไปแล้ว


"ไม่เอา... ฉันก็วางอาวุธแล้วนี่ แถมก็ถอดเสื้อนอกแล้วด้วย
ถ้าจะยิงก็กันก็ยิงเลย ฉันจะได้ไม่เสียใจที่เปิดประตูเท่าไร"
ซายากะพูดขึงขังราวกับไม่สนใจเลยว่าอาวุธตรงหน้ากำลังชี้ไปทางเธอ
และคนที่กำลังสั่นกลัวคือผม


"...ถอยไป" ผมกลั้นใจสั่งอีกครั้ง


"ไม่...ถ้าจะให้ฉ้นถอย นายก็ต้องวางปืนก่อน"


วินาทีนั้นผมฉุนขาด
ลดปืนในมือลงและพุ่งเข้าไปผลักเธอกระเด็นออกไป
คว้าที่ช็อกไฟฟ้าบนพื้นมาไว้ในมือ
เด็กสาวตกลงไปที่พื้นตามแรงของผม
ซายากะครางเบา ๆ หลับตาแน่นหลังตกกระแทก
ผมผงะเมื่อรู้ตัวว่าทำให้เธอเจ็บ
มือของผมรีบยื่นไปหาเธอ


พวกเราทำอะไรกันอยู่...
ฝ่ายหนึ่งไล่ล่า ฝ่ายหนึ่งหลบซ่อน
ฝ่ายหนึ่งทำร้าย อีกฝ่ายถูกทำร้าย
ทำให้เจ็บปวด
ราวกับเป็นคนแปลกหน้า ไม่เคยรู้จักกันมาก่อน


เมื่อถือที่ช็อตไฟฟ้าของซายากะไว้ในมือ
ตอนนั้นผมประจักษ์ถึงความกลัว
ความหวาดผวาถึงสิ่งที่อีกฝ่ายแอบซ่อนไว้


เธอโกหกฉันหรือเปล่า เธอมีปืนอยู่ใช่ไหม
กระสุนที่เธอลั่นไก จะพุ่งผ่านร่างของฉัน
และคมมีดที่เธอบรรจงวางลงบนลำคอของฉัน
ก็จะพาเลือดสีแดงเข้มพุ่งผ่านออกมา
วาดหนทางเพื่อพาฉันไปสู่ ความตาย ใช่หรือเปล่า


ทุกคนบนเกาะคงกำลังรู้สึกแบบนี้อยู่สินะ...


และเมื่อพวกเขาจับปืน จ่อไปที่หัวของเพื่อนตัวเอง
พวกเขาก็จะได้รับรู้ถึงความกลัวอีกรูปแบบหนึ่ง


ฉันโกหกเธอและฉันมีปืน
กระสุนที่ฉันลั่นไก จะพุ่งผ่านร่างของเธอ
และคมมีดที่ฉันบรรจงเสียดแทรกเข้าไปในร่างกายของเธอ
ก็จะพาเลือดสีแดงเข้มพุ่งผ่านออกมา
วาดหนทางเพื่อพาเธอไปสู่ ความตาย


ในลมหายใจสุดท้าย
เธอจะต้องมองฉันอย่างไม่เชื่อสายตา


และเมื่อฉันมองเข้าไปในกระจก
ฉันก็คงไม่อาจทำใจให้เชื่อได้
ว่านั่นคือตัวฉันเองที่สะท้อนกลับมา


...ผมจับมือซายากะ ช่วยดึงเธอลุกขึ้น
กล่าวคำขอโทษ อธิบายเหตุผลที่ผมต้องข่มขู่เธอแบบนั้น
แต่หากว่ากระสุนได้ถูกลั่นออกไปแล้ว
คำอธิบายใดใดก็คงไม่เพียงพอ


แม้ว่าจะอธิบาย หรือพร่ำพูดขอโทษอย่างไร
ก็ไม่ใช่เหตุผลที่เพียงพอต่อการฆ่าคน









4.


ผมหลับตา
ท้องฟ้า...
และเส้นผมของเธอที่ค่อย ๆ เคลื่อนไหวไปตามแรงลม
ยังคงเป็นอยู่แบบนั้น
ดูเหมือนว่ากาลเวลาจะผ่อนผัน
ยอมให้ภาพนั้นคงอยู่ในความทรงจำของผม
โดยที่ไม่ได้เปลี่ยนมันไปเลย


ผมลืมตา


ซายากะกำลังนั่งกินบะหมี่สำเร็จรูปที่คิริคุค้นเจอในโรงพยาบาล
ห่างจากผมไปช่วงก้าวหนึ่ง
เท่า ๆ กับความห่าง ระหว่างโต๊ะเรียนของพวกเรา
ขณะที่งับเส้นบะหมี่ไว้คาปาก เธอเหลือบตาขึ้นมองผม
คล้ายจะถามว่า 'มีอะไรเหรอ'
เหมือนเวลาที่ผมหยิบสมุดวิชาคณิตศาสตร์เดินเข้าไปหาเธอ
ในช่วงพักเที่ยงของบางวัน


ผมหัวเราะ แล้วตอบว่า "ไม่มีอะไร"


ท้องฟ้าด้านนอกมืดลงแล้ว
ทิวแถวของต้นไม้ ดูเหมือนพลทหารที่ยืนรายล้อมคอยมองดูเราในความมืด
ดวงจันทร์ด้านนอกมีสีแดงเรื่อไม่ได้ดูนวลตาเหมือนอย่างเคย
เตียงของโรงพยาบาลก็เต็มไปด้วยฝุ่น
แต่พวกเราก็ยังนั่งคุยกันถึงเรื่องเพ้อฝัน


"ซายากะ...เธอคิดจะจบเกมนี้หรือเปล่า"


"...คิดสิ แต่ถ้าจะจบเกม ก็ต้องจบไปด้วยกันทุกคน...ให้รอดไปคนเดียว ไม่เอาหรอก"


"เนอะ!" คิริคุเสริมขึ้นมา


พวกเรานั่งคุยกันถึงเรื่องเพ้อฝัน...


ผมใช้เวลาทุกลมหายใจหลังจากลืมตาตื่นขึ้นบนเกาะนี้
คิดหาวิธี
ที่จะทำให้มันเป็นความจริงให้ได้










Comment

Comment:

Tweet

โทโงสมกับเป็นหัวหน้าจริงๆ ความคิดความอ่านหลายๆอย่าง  ถึงจะแฝงไปด้วยความกลัว แต่ก็ยังพยายามที่จะช่วยเหลือทุกๆคน
ชอบตอนที่เขียนถึงซายากะกับที่โรงเรียนด้วย มันทำให้มิติของเรีื่องดูลึกขึ้นนะ 
รออ่านของday3 อย่างใจจดใจจ่อเลยcry

#3 By kiyono on 2012-12-14 21:52

ความรู้สึกแรกตอนเปิดขึ้นมา คือ เห็นหน้าชาร์ลีที่ดิสเพลย์ยิ้มหวานกับปืน OTL ขอโทษนะ ฉันรู้ว่าเธอไม่ได้ตั้งใจ แต่อดกลัวผู้ชายคนนั้นขึ้นมาแว๊บนึงไม่ได้ 555+
โทโงเป็นเด็กที่น่ารักจริงๆ ทั้งตอนที่ขอให้ซายากะช่วยสอนเลขให้ และตอนที่กลัวว่าจะเผลอทำร้ายซายากะด้วย (อันหลังนี้เป็นความ"น่ารัก"ที่ฉันหัวเราะคิกๆไปด้วยน่ะนะ) เธอสร้างเด็กคนนี้มาได้กลมแล้วก็สมจริงมาก เวลาที่ดูพฤติกรรมในโรลก็ว่าสนุกแล้ว เวลาที่เธอเขียนก็ยิ่งสนุกเข้าไปใหญ่ 
ขอบอกว่าดีจังที่วันที่สองไม่มีเหตุการณ์น่ากลัวอะไรมากนัก ฉันอ่านเวลาเรื่องเธอเศร้าๆแล้วก็คอมเม้นท์ไม่ได้ซะที เพราะมัวแต่ร้องไห้ตลอด 555+ เอ็นทรี่ที่แล้วก็อยากจะเม้นท์นะ แต่กลัวพิมพ์อะไรไม่รู้เรื่อง ฉันอ่อนไหวเรื่องครอบครัวน่ะ =3=  
ป.ล. นี่สินะที่เธอบอกว่าโทโงไม่ใช่คนดีขนาดนั้น แต่ในสายตาฉันโทโงที่พยายามอยู่ตลอดก็เป็นคนดีมากละล่ะ confused smile

#2 By N I L E on 2012-12-07 14:13

ก่อนอื่น ขอบคุณที่เขียนถึงซายากะนะคะ ได้อ่านลูกในมุมมองคนอื่นแล้วรู้สึกเขิน 55 /กลิ้งหลุนๆออกจากบล็อก

ตอนโรลกัน แอบกลัวนิดๆ กลัวโรลพลาด กลัวใจเย็นจนกวนประสาทแล้วโดนยิง /ฮา แต่ที่ให้ซายากะใจเย็นแบบนั้น เพราะเธอเชื่อในตัวโทโงนั่นล่ะ (; w ;)

ปล.ซายากะมักคิดว่าตัวเองแอบเล่นเกมส์ได้เนียนแล้วเชียว ไม่นึกว่าโทโงจะเห็น สมเป็นบอสใหญ่ (ความลับเปิดเผยเสียแล้ว 「(//∇//))

#1 By สหายหมี on 2012-12-07 13:53