[BT] Walk

posted on 04 Oct 2012 00:04 by moscownight in Blodwen directory Fiction
 

 

หมายเหตุ : เนื้อหาจากหน้านี้เป็นส่วนหนึ่งของโปรเจ็กบลอดเวน

 

 

 

 

 

Walk

 

 

 




 
1.

ผมยืนอยู่ตรงนั้น

ตอนที่เธอกำมือแน่น ยืนขึงขัง ต่อหน้าผม
รู้สึกได้ว่าเธอโกรธ แต่ผมไม่รู้ว่าเพราะอะไร

"โกรธไหม"

แทนที่ผมจะเป็นคนถาม กลับเป็นเธอ
ทว่ามันเป็นคำถามที่เหมือนจะคาดคั้นเอาความจริง มากกว่าห่วงใย
ผมใช้เวลานึกแค่ชั่วครู่ว่ามีอะไรที่ทำให้ผมโกรธบ้าง
บางทีอาจจะเป็นเรื่องที่เธอแอบนัดเดทกับผู้ชายแปลกหน้าคนนั้น แล้วผมมาเห็นเข้าพอดี
มันเพิ่งเกิดขึ้นเมื่อกี้ เพราะงั้นก็ควรจะเป็นเรื่องนี้

"ไม่ได้โกรธ" ผมตอบตามจริง
หลังจากเห็นภาพนั้น ผมก็แค่เดินออกมา
แค่เดินออกมาจากตรงนั้น
รู้สึกเหมือนบางอย่างสิ้นสุดลง
เลยไม่จำเป็นต้องอยู่ตรงนั้นอีกต่อไป

"ไม่ได้โกรธ" ผมพูดอีกครั้ง "ก็ดีแล้วนี่นา"

ฝ่ามือของเธอฟาดเข้าที่หน้าของผม เสียงดังสนั่น
ผมพูดจริง ไม่ใช่การประชดประชัน
และเธอรู้
เธอยืนน้ำตาคลอ เม้มปากแน่น
ตอนนั้นเองที่ผมพบว่านั่นไม่ใช่แค่ความโกรธ
ดูเหมือนว่าดวงตาเธอจะหม่นลงด้วยความเศร้า
ความเศร้า ความโกรธ ความโกรธ ความเศร้า
รวมกันอยู่ในนั้นอย่างแยกจากกันไม่ได้

"ทำไมถึงไม่รู้จักโกรธบ้างเลย!"

นั่นเป็นครั้งสุดท้ายที่เราสบตากัน
ครั้งสุดท้ายที่เธอยอมมองหน้าผม

หลังจากนั้นเธอก็ไม่ได้คบกับผู้ชายคนที่เธอไปเดทด้วย
แต่เป็นอีกสองสามปีต่อมา ที่เธอตัดสินใจแต่งงานกับเจ้าของร้านอาหารเล็ก ๆ ในกูเกลน
ข่าวล่าสุดที่ได้ยินคือ...

ไม่มีข่าวที่ล่าสุดกว่านั้น

คงเพราะผมไม่ทันได้ตั้งใจฟัง





2.

ผมยืนอยู่ตรงนั้น

ตอนที่คุณตารับจดหมายแจ้งข่าวร้าย
ว่าลูกสาวของคุณตาเสียแล้ว
กระทันหัน และไม่มีลางร้ายใด ๆ ให้เอะใจมาก่อน
นั่นเพราะเธอไม่เคยกลับมาที่นี่อีกเลยหลังจากแต่งงานออกไป

คุณตาไม่เหมือนคนแก่ทั่วไปที่ตัวเล็ก หลังงองุ้มและดูบอบบาง
ในวัยหกสิบแปดปี คุณตาก็ยังไปฟิตเนส ยกน้ำหนักเพื่อฟิตร่างกาย
บางทีก็ไปประกวดโชว์กล้าม รุ่นอายุไม่เกินเจ็ดสิบปี
ดูแข็งแรงและร่าเริงยิ่งกว่าหนุ่ม ๆ บางคนเสียอีก

เสียงคุณตาสะอื้นไห้ พร่ำพูดว่าคิดถึงเธอมากแค่ไหน
บอกว่าเธอเป็นลูกสาวคนเดียว เป็นเหมือนดวงใจ
ทำไมถึงไม่กลับมาให้พ่อเห็นหน้าบ้างเลย
แทนที่จะทำให้เจ็บปวด คำพูดเหล่านั้นผมกลับรู้สึกด้านชากว่าเดิม
ชินชากับการตายของแม่ ราวกับว่ามันเป็นเรื่องที่เคยเกิดขึ้นซ้ำแล้วซ้ำอีก
สำหรับผม มันเคยเกิดขึ้นแล้วจริง ๆ
เพราะว่าแม่ไม่เคยอยู่ที่นี่เลย ความตายจึงไม่ทำให้รู้สึกสูญเสีย
เธอไม่เคยอยู่ที่นี่ตั้งแต่แรกอยู่แล้ว
ไม่ว่าจะเป็นตอนที่ผมดีใจหรือเจ็บปวด

แม่ตั้งท้องกับผู้ชายสักคน ที่คุณตาเล่าว่าเป็นนักธุรกิจที่มาทำงานในกูเกลนอยู่ช่วงหนึ่ง
ทั้งคู่สนิทสนมกันอย่างรวดเร็ว
แต่หลังจากแม่ท้อง เขาก็หนีกลับประเทศไปเสียเฉย ๆ
แม่ตัดสินใจรอจนคลอด แล้วฝากผมที่ยังแบเบาะไว้กับคุณตา
ไปแต่งงานใหม่ที่เมืองใหม่ เริ่มต้นชีวิตใหม่
ทิ้งพวกเราเอาไว้ที่นี่

บรานี่ มานี่สิ คุณตาเรียกผมเข้าไปและจับไหล่ผมไว้
อธิบายช้า ๆ ว่าแม่ไม่อยู่แล้ว เหมือนว่าเด็กอย่างผมคงไม่เข้าใจว่าความตายคืออะไร
คุณตาบอกให้ผมไปเตรียมเสื้อผ้าสีดำ พรุ่งนี้เราจะข้ามเมืองไปงานศพของแม่กัน

ผมบอกคุณตาว่าพรุ่งนี้ผมต้องไปเรียน
มีคาบเรียนวิชาศิลปะที่ผมชอบ
แล้วยังสัญญากับมาร์โก้ไว้ว่าจะแบ่งแยมส้มของบ้านเราไปให้
อาจารย์ก็นัดส่งการบ้านวิชาคณิตศาสตร์
ชารอนต้องโกรธแน่ถ้าผมไม่เอาสมุดของเธอไปคืน

คุณตามองผมนิ่ง ก่อนจะดึงผมเข้าไปกอด
ปลอบโยนและพยายามอธิบายให้ผมฟังอีกครั้ง
ว่า แม่ไม่อยู่แล้วลูก แม่ไม่อยู่แล้ว...
ราวกับผมไม่เข้าใจว่าความตายคืออะไร

แต่ผมเข้าใจ

เพราะว่าแม่เป็นคนสอนผมเอง





3.

ผมยืนอยู่ตรงนั้น

หยุดนิ่ง เมื่อเห็นรองเท้าหนังที่ไม่คุ้นตาวางอยู่ในบ้าน
ก่อนจะเดินเข้าไปในห้องครัว เห็นคุณตานั่งอยู่กับผู้ชายแปลกหน้า
อันที่จริงเราเคยเจอกันแล้วอย่างน้อยสองสามครั้ง
บางทีเราอาจได้คุยกันมากกว่านี้ ถ้าเขาไม่ได้แนะนำตัวตั้งแต่ครั้งแรก
ว่าเป็นพ่อของผม

"นั่งก่อนสิ" คุณตาเรียก ทว่าผมส่ายหน้า
แค่กลับมาพักนิดหน่อย เดี๋ยวจะออกไปทำงานแล้ว
บอสกับคุณโมนิก้าอยู่ที่บ้าน แต่เดี๋ยวทั้งคู่ก็จะออกไปด้วยกัน
ผมต้องกลับไปดูแลอังเดรย์

"คุยกันก่อน" อีกคนเรียกไว้
ผมหันไปมองเขา สีหน้าของเขาดูเป็นกังวล
ผมจับความรู้สึกตัวเองไม่ถูก
พ่อที่ไม่เคยคิดว่ามีตัวตนอยู่ จู่ ๆ ก็มาหา
แต่ผมตกใจแค่ครั้งแรก
หลังจากนั้นก็ไม่ตื่นเต้นอะไรอีกแล้ว

"...ผมไปอยู่ด้วยไม่ได้หรอก ตาไม่มีคนอยู่ด้วย" ผมบอกเขา

"สามคนก็ได้" เขารีบบอก  "ทั้งเธอทั้งคุณตา เราไปอยู่ด้วยกันก็ได้ ที่มาวันนี้ ก็จะคุยเรื่องนี้แหละ"

ผมไม่อยากอยู่กับคุณ
และเพื่อนก็ของคุณตาก็อยู่ที่นี่กันหมด
เพื่อนของผมก็ด้วย

"....ฉันรู้ว่าเธอคงเกลียดฉัน แต่ฉันไม่ได้....ไม่ได้ตั้งใจจะทิ้ง ตอนนั้นฉันแค่ไม่พร้อม"

ผมก้มล้างหน้าที่อ่างล้างจาน
หยิบกระดาษมาเช็ดหน้า ระหว่างที่เขากำลังอธิบายเหตุผลเมื่อวันวาน
แต่ว่าไม่มีอะไรเป็นสาระมากพอ
ยี่สิบกว่าปีที่เขาไม่ติดต่อมา กับวันนี้ที่เขากลับมา
มาคนเดียว และชวนเราไปอยู่ด้วย
ผมนึกสาเหตุอื่นไม่ออก นอกจากเขาจะเพิ่งตระหนักได้ว่า
ไม่มีใครเลยที่อยู่ข้างเขา
นั่นน่าจะเป็นเหตุผล มากกว่าอะไรก็ตามที่เขาร่ายมาเสียยืดยาวเมื่อครู่

ผมเดินไปหาเขา
ใกล้แค่ระยะเอื้อมมือ
ผมก้มมองเขาที่นั่งอยู่
มีบางอย่างที่เราดูคล้ายกัน
มันน่าเชื่อจริง ๆ ว่าเขาคงจะเป็นพ่อ
แต่ผมก็ไม่ได้สนใจแล้ว

ผมบอกเขาว่า ผมไม่ได้โกรธแค้นอะไร
ผมแค่ไม่สนใจว่าคุณจะเป็นพ่อของผมหรือเปล่า
และเรื่องอื่นก็ไม่สนใจเหมือนกัน
ไม่ว่าจะเงินของคุณ ธุรกิจของคุณ หรือว่าอะไรก็ตาม

ตอนนั้นเขาไม่พร้อมจะอยู่กับผม
ตอนนี้ ผมก็ไม่พร้อมที่จะอยู่ร่วมกับเขาเหมือนกัน

ชีวิตที่มี 'พ่อ' ผมเคยไม่รู้จัก

เลยไม่เคยอยากได้ มาตั้งแต่ต้นอยู่แล้ว






4.

ผมยืนอยู่ตรงนั้น

ตอนที่เขาส่งข้อความกลับมา
ผมบอกเขาว่า จะไปหานะ
เขาตอบว่า พรุ่งนี้ต้องทำงาน
ตอบไม่ตรงคำถามเอาเสียเลย

แต่ผมก็ขี่รถไปที่บลอดเวน
จอดรถไว้ใกล้ ๆ ธนาคารแล้วเดินลงไปหาเขา
อาจจะสักห้านาที หนึ่งนาที หรือสามสิบวินาทีมาแล้ว
ที่เขายืนอยู่ตรงนั้น รออยู่

"ทัตสึ" ผมเรียกชื่อเขาออกมาด้วยความดีใจ
ขณะที่เขามองมา และพ่นลมหายใจออกมาเบา ๆ
บ่นอะไรอยู่สองสามคำ

จากนั้นเราออกเดิน
เดินไปด้วยกัน
ทั้งผมทั้งเขา
ทีละก้าวสองก้าว

เราไม่ได้อยู่ตรงที่เดิมอีกแล้ว







------------------------------------------------------------------------------







Comment

Comment:

Tweet

เฮ้ย นี่เราอ่านแล้วลืมเม้นไปเลยอ้ะ /รู้สึกผิด ; w ; 
มันเศร้านะ ที่คนเราไม่รู้สึกยินดียินร้ายกับผู้ให้กำเนิดเลย
คงเป็นความรู้สึกด้านชาเพราะมันไม่มีเยื่อใยอะไรตั้งแต่ต้นอยู่แล้ว
แต่ก็ดีใจกับบรานี่นะที่ได้มาเจอทัตซังแล้วก็ได้เจอความรักในแบบของตัวเอง
ในชีวิตคนเราถ้ามีเพื่อนร่วมเดินไปด้วยซักคนก็คงไม่เหงาแล้วล่ะ big smile

#2 By ยู่ยี่. on 2012-10-24 16:28

เหมือนว่าจะไม่ได้อ่านงานของเธอนานแล้ว
ฉันชอบนะ บางทีอาจจะชอบขึ้นด้วยแห้ะ ฉํนชอบการจบประโยค โดยเฉพาะประโยคจบตอนที่สอง มันคมดี อ่านแล้วก็จี้ดขึ้นมานิดๆ
ฉันคิดว่าบรานี่โกรธแม่นะ แล้วก็โกรธพ่อด้วยแต่เฟดตัวเองออกจากความโกรธเป็นความเฉยๆ ...มั้ง รึเปล่า ไม่แน่ใจแห้ะ
จริงๆที่ผ่านมาเราไม่รูู้เลยว่าหมอนี่คิดอะไรอยู่อ่ะ แบบว่า ดูเป็นตัวละครนิ่งๆ ทื่อๆ วิ่งชนทัตสึลูกเดียว แต่จริงๆแล้วมีอะไรเยอะแยะเลยสินะ ตอนนี้เหมือนได้รู้จักบรานี่ขึ้นอีก ..
ฉันอยากจะแต่งจากฝั่งของฉํน แต่กลัวว่าจะเขียนได้ไม่ดี
ไม่ได้เขียนนานแล้ว แต่ยังไงก็ไม่อยากทิ้งมันไปเลยจริงๆ
ขอโทษนะ เอาใจช่วยให้ฉันกลับมาเขียนฟิกได้ด้วยนะ
โอ้ๆ แล้วก็ทัตสึมิที่ยืนรอน่ารักดีละ
ขอบคุณที่เขียนให้นะ ฉํนรู้ว่าเธอยุ่งๆ แต่ได้อ่านแล้วดีใจจัง

#1 By [ S h e c k ] on 2012-10-04 23:15